ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฉาก Green Screen ทำไมถึงเป็นสีเขียว มันจะเป็นสีขาว สีครีม หรือสีม่วงไม่ได้เหรอ



ถ้าหากคุณเคยเคยเห็น เบื้องหลังการถ่ายทำ ภาพยนตร์ หรือหนังสมัยใหม่  ที่อลังการงานสร้าง เกินจากจินตนาการ  คุณก็ต้องเคยเห็น ความอัศจรรย์ ของ ฉาก green screen  สีเขียว ในการถ่ายทำฉากเหล่านั้น  เทคนิคที่ช่วยให้ ผู้ผลิตภาพยนตร์ รายการทีวี สามารถถ่ายทำ ให้นักแสดง อยู่ที่หน้าฉากเขียว แล้วไปแทนฉากเขียวด้วย special effect ต่างๆ

ฉากเขียว แต่เดิมเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งการใช้ chroma Key ครั้งแรก เกิดขึ้นในปี 1940 ในภาพยนตร์เรื่อง The  thief of baghdad  ผู้กำกับชื่อ ลาร์รี บัตเลอร์  ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนั้น เขาก็ได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขาเทคนิคพิเศษ แต่หลังจากตรงนั้นเป็นต้นมา การทำเทคนิคพิเศษ ด้วยสีเขียวก็กลายเป็นเรื่องปกติ

แล้วทำไม ฉากเขียว ถึงต้องเป็นสีเขียว คำตอบสั้นๆก็คือ ฉากกรีนสกรีน มันเป็นสีเขียว เพราะ ตัวคน ไม่มีสีเขียว ขยายความเพื่อให้เข้าใจง่ายมากขึ้นก็คือ เพื่อแยกส่วนของภาพ ให้เอฟเฟคทำงานในพื้นที่ที่เรากำหนด ตัว Background จะต้องเป็นสี ที่ไม่ได้ใช้ในส่วนอื่นๆของภาพ ซึ่งสีเขียว เป็นสี Skin Tone ที่ในร่างกายของมนุษย์ไม่มี แต่ก็แน่นอนละ ในบางครั้ง ตัวนักแสดงก็ใส่เสื้อผ้าสีเขียว เครื่องประดับสีเขียว และบางครั้งก็มีผมสีเขียว หรือแต่งหน้าด้วย เครื่องสำอางสีเขียว แต่สิ่งเหล่านั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้  แต่การจะเปลี่ยนแปลงสีผิวของมนุษย์ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

หากคุณถูกแสงสีขาว เช่นแสงจากดวงอาทิตย์ หรือแสงจากหลอดไฟ แสงที่ตกกระทบตัว จะมีช่วงความยาวคลื่น ที่มองเห็นได้ทั้งหมด และผิวหนังของมนุษย์ จะสะท้อนแสงนั้นในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน ในแต่ละสีของสเปกตรัม หาตัวเราสะท้อนสี 1 สีใดออกมา มากกว่าสีอื่นๆ เราก็จะดูเหมือนเป็นสีที่อิ่มตัว

เราเคยชินจากคำอธิบาย ด้วยชื่อสีเช่น สีน้ำตาล สีชมพูสีขาวสีดำ หรือแม้แต่สีเหลือง แต่ถ้าเป็นมุมมองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสีผิว เราทุกคนล้วนสีผิวเป็นสีส้ม

องค์ประกอบของสี

สีถูกกำหนด การรับรู้ของตัวเรา ไม่ใช่ทางฟิสิกส์  เรตินาในดวงตาของมนุษย์ มีเซลล์ที่ไวต่อสี 3 ประเภท ซึ่งมีความไวต่อสีแตกต่างกัน  เซ็นเซอร์ในดวงตาเราสามารถ แยกแยะสีได้ว่าเป็นสีแดงสีเขียวหรือสีน้ำเงิน  แม้ว่าความไวของพวกมันจะคาบเกี่ยวกันมาก และใกล้เคียงกับสีเหลือง สีเขียวอมฟ้า และสีน้ำเงินมากกว่า

การอธิบายสีอย่างสมบูรณ์ ตัวเลข 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวที่เราคุ้นเคย ก็คือตัวเลขของสี เขียวน้ำเงิน (RGB)  หรือ อีกแบบคือค่า HSV ซึ่ง Hue(H)  Saturation(S) Value(V)  แกนสีทั้ง 3 นี้ จะอธิบายวิธีที่เรา เรียกสี เช่น สีเขียวเทาเข้ม หรือสีน้ำเงินเข้มอ่อน


ช่วงความสว่างของผิวมนุษย์ (หรือ Value  ตามที่แสดงในภาพด้านบน แต่ละเฉดสี อิ่มตัวของสี จะไม่แตกต่างกันมากทั้งหมด โดยพื้นฐานแล้ว ผิวชั้นนอกของมนุษย์เราที่เป็นหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นตัวกรองสี ที่เป็นกลางบนผิวหนัง ในชั้นผิวหนังแท้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงเนื่องจากเป็นสีของเลือด ที่ซึมซาบอยู่ในผิว

กล้องเลียนแบบสายตามนุษย์

กล้องถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอส่วนใหญ่ ทำงานเหมือนดวงตาของมนุษย์ โดยมีตารางเซ็นเซอร์หรือพิกเซล ตรวจจับสีแดง สีเขียว หรือสีน้ำเงิน การมองเหมือนตาของมนุษย์ ที่จะมองสีต่างๆและความสว่าง พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับวีดีโอ หรือการบันทึกภาพ จะแปลง input เหล่านี้เป็นข้อมูลความสว่าง และสีที่แยกจากกัน เรียกว่า luminance ( luma) และ chrominance ( chroma) 

luminance  โดยพื้นฐานแล้วก็คือความสว่าง ในขณะที่ chrominance  คือพิกัดบน วงกลม  สีและความอิ่มตัว hue/saturation  และเมื่อมีการใช้ทีวีสีเกิดขึ้นมา   ในสัญญาณการถ่ายทอด มีการส่งค่า chroma component  มาด้วย ทำให้ทีวีที่ดั้งเดิมเป็นทีวีสีขาวดำ ที่มีแต่ค่า luminance  เมื่อนำ 2 ค่ามาใช้งาน เมื่อรวมกับค่า chrominance  ก็กำเนิดเป็นทีวีสี

ในตอนนี้ทีวีอนาล็อก จะไม่มีแล้ว  แต่ทีวีดิจิตอล และ  วีดีโอในอินเตอร์เน็ต ยังคงมีส่งภาพ แบบที่มีการเข้ารหัส luma และ chroma แยกจากกัน  ส่วนหนึ่ง เหตุผลเรื่องของการบีบอัดข้อมูล อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการแสดงสีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และอีกส่วนก็เกี่ยวข้องกับเรื่อง ลูกเล่นวีดีโอกับจอสีเขียว 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีการรับแสงที่สมบูรณ์แบบของวิดีโอของคุณ

ตามจริงแล้ว การเรียนรู้วิธีจัดแสงที่เหมาะสมสำหรับวิดีโอของคุณอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับผู้เริ่มต้น หากคุณยังใหม่ต่อการผลิตวิดีโอ การจัดแสงสำหรับการบันทึกวิดีโออาจเป็นเรื่องยาก  วิธีที่ดวงตาของเรารับรู้แสงนั้นแตกต่างจากเลนส์ของกล้องอย่างมาก กล้องต้องการแสงมากกว่าเพื่อให้ได้ภาพคุณภาพสูงกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ นอกจากนี้ แสงยังต้องมาจากทิศทางที่ถูกต้อง หากคุณไม่ได้ลงทุนเวลาหรือเงินในกระบวนการให้แสงสว่าง ได้เวลาเริ่มแล้ว ช่วยตัวเองให้มากและเตรียมและวางแผนตามนั้น ข่าวดีก็คือคุณไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพเพื่อให้ได้แสงที่ยอดเยี่ยม! เราจะแนะนำคุณตลอดขั้นตอนการใช้ TechSmith เพื่อให้ได้แสงที่ดีที่สุดสำหรับทุกวิดีโอ โดยไม่คำนึงถึงงบประมาณหรือประสบการณ์ เช่าไฟวีดีโอ เนื้อหาการเรียนรู้มีดังนี้ วิธีรับแสงเว็บแคมที่ยอดเยี่ยม วิธีเตรียมตัวสำหรับการบันทึกวิดีโอ วิธีเลือกประเภทของแสง วิธีตั้งค่าไฟ 3 จุด วิธีเลือกอุณหภูมิสีของแสง วิธีแก้ไข/หลีกเลี่ยงแสงสะท้อน ไม่ใช่ทุกวิดีโอที่ต้องการการตั้งค่าการจัดแสงแบบมืออาชีพ เช่น (ใส่ตัวอย่าง) แต่ถ้าคุณพบว่าการผลิตเพิ่มเติมมีประโยชน์ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับและกลเม็ดบ

เช่าไฟสตูดิโอ เพื่อไปใช้งานถ่ายรูป ต้องรู้อะไรบ้าง?

  การที่จะเลือก   เช่าไฟสตูดิโอ   แบบไหน ต้องทำความเข้าใจถึงความหมาย ของอุปกรณ์ตัวนี้เสียก่อน ไฟสตูดิโอ หมายถึง อุปกรณ์ไฟกำเนิดแสง อะไรก็แล้วแต่ ที่ใช้เป็นไฟส่องสว่าง ในการ ถ่ายภาพนิ่ง หรือถ่ายภาพวีดีโอ ในห้องที่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพ แต่ในความหมายของคนไทย ที่เรียกใช้กัน ซึ่งเป็นความหมายที่ อาจจะไม่ครบถ้วน คนไทยจะเข้าใจว่า เช่าไฟสตูดิโอ คือการ เช่าไฟที่มี Soft Box โครงผ้าสี่เหลี่ยมสีดำ คลุมหัวไฟให้หลอดไฟแฟลช อยู่ด้านในซอฟบ๊อก และมีด้านหน้าสีขาว เป็นที่ให้แสงออกมา ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นความหมายที่แคบกว่า และจำเพาะเจาะจงเกินไป อาจจะเพราะว่า คนไทย อาจจะไม่คุ้นเคยกับการ ทำงานของช่างภาพ ในสตูดิโอ แบบต่างประเทศ ก็เลยให้ความหมายของคำว่า Studio ไปในหลากหลายรูปแบบ แต่บทความนี้ก็จะ เขียนล้อไปตามความเข้าใจ ของคนไทยเป็นหลัก เช่าไฟสตูดิโอ  ไฟสตูดิโอในความเข้าใจของคนไทย จะมี 2แบบ แบบที่1 ไฟแฟลชสตูดิโอ หรือ ไฟสตูดิโอ แบบแฟลช เป็นไฟแสงแฟลช ที่ยิงแสงจากหลอดไฟแฟลช ที่ความสว่างสูงมาก ออกมาในเสี้ยววินาที ใช้สำหรับถ่ายภาพนิ่งอย่างเดียว และแบบที่2 คือ ไฟสตูดิโอ softbox เป็นไฟที่มีแสงสว่างตลอดเวลา โดยหลอดข้างใน มี

เช่าไฟสตูดิโอ ถ่ายภาพนิ่งบุคคล ต้องใช้ไฟกี่ดวง

  การ เช่าไฟสตูดิโอ เพื่อถ่ายภาพบุคคล ไม่สามารถชี้ชัดได้ ว่าจะต้องเป็นจำนวนไฟกี่ดวง 1 ดวง 2 ดวงหรือ 3 ดวงหรือจะ 10 ดวง ก็ได้ อยู่ที่ว่า ภาพที่ช่างภาพต้องการให้ออกมา และวิธีการที่จะทำให้ได้รูปเหล่านั้น โดยในภาพที่ช่างภาพต้องการ แบบเดียวกัน อาจใช้ไฟแฟลช 1ดวงก็ได้ 2ดวงก็ได้ เพื่อให้ได้ภาพลักษณะเดียวกัน ซึ่งความแตกต่างนี้ ขึ้นอยู่กับ การวางไฟ และการใช้อุปกรณ์เสริม ไฟดวงเดียว จัดแสงอย่างไร ? ในการจัดแสงจากไฟสตูดิโอ ของการถ่ายรูป เราแบ่งความแตกต่างของแสง คร่าวๆได้ 4 รูปแบบ คือ  1.มุม  มุมหมายถึงการทำมุมของแสงจากไฟ ยิงเข้ามาหาตัวแบบ ว่าแสงนั้น จะเข้ามาในองศาแบบไหน มุมล่างหรือมุมบนหน้า มุมด้านหน้า หรือมุมที่เข้ามาจากด้านขวา หรือมุมที่เข้ามาจากด้านหลัง มุมเหล่านี้มีผล ให้เกิดแสงบนหน้าตาของนายแบบ แตกต่างกันไป 2.ความสว่าง ความสว่างหมายถึง กำลังความสว่าง ที่ส่องออกมาจาก หัวไฟสตูดิโอ ถ้ายิ่งเพิ่มกำลังไฟสูง ความสว่างก็จะสูงมากขึ้น ถ้าลดกำลังไฟลง ความสว่างก็จะลดลงตามไปด้วย 3.ระยะทาง  ระยะทางหมายถึง การที่หัวไฟที่ยิงแสงไฟออกมา อยู่ห่างจากตัวนายแบบมากแค่ไหน ถ้าอยู่ใกล้ ก็เห็นทำให้ความสว่างมากขึ้น แต่ค